Make your own free website on Tripod.com
กรณีศึกษา Passive Design "เกษตรทฤษฎีใหม่ บ้านยั่งยืน"
 

สภาพแวดล้อมของประเทศไทย

- อยู่ในเขตร้อนชื้น
- ฝนตกค่อนข้างชุก
- ฤดูฝนประมาณ 5 - 6 เดือน
- น้ำฝนจะถูกกักเก็บในป่าและ
แหล่งน้ำธรรมชาติ

 

 

 

อุปสรรค

            ปริมาณน้ำในสระน้ำมีไม่เพียงพอแก่การเพาะปลูก ในฤดูแล้งถ้าไม่มีฝนตก 300 วัน ระดับน้ำของสระ
ลดลงวันละ 1 ซม.1 ปี ลดลง3เมตร  ดังนั้นจึงเหลือน้ำในไร่ นา 4,800 ลูกบาศก์เมตรในฤดูแล้ง ดังนั้นถ้
าทฤษฎีใหม่นี้จะสมบูรณ์สระน้ำในไร่นาจะทำหน้าที่อย่าง มีประสิทธิภาพและเต็มความสามารถ มีความจำเป็น
ต้องมีแหล่งน้ำใหญ่มาคอยเติมเปรียบเสมือนมีแท็งก์น้ำใหญ่มาคอยเติมตุ่มน้ำเล็กให้เต็มอยู่เสมอและเป็นการ
เพิ่มปริมาณน้ำได้ในตัวในฤดูฝนเมื่อถึงหน้าแล้งน้ำในตุ่มเล็กหมด  ก็ตักน้ำในแท็งก์มาคอยเติมในตุ่มเพื่อ
ประโยชน์ต่อไป

 

ข้อควรคำนึงถึงการดำเนินงานตามทฤษฎีใหม่
วิเคราะห์ความเป็นไปได้ของกิจกรรมที่ประชาชนเข้าร่วมโครงการ เช่น

1. การปลูกพืช ควรปลูกพืชอะไร จึงจะเหมาะกับสภาพพื้นที่ ภูมิอากาศ ความต้องการของผู้บริโภค
2. การตลาด ติดต่อประสานงานตลาด ติดต่อตลาดเพื่อรับซื้อผลผลิตของเกษตรกร
3. การใช้ทรัพยากร สนับสนุนให้ใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น ฟางข้าวนำมาเพาะเห็ด หรือถ้าเหลือก็ติดต่อตลาดจำหน่ายต่อไป

ทฤษฎีใหม่ : ขั้นที่หนึ่ง
การแบ่งพื้นที่ออกเป็นสัดส่วน

พื้นที่15ไร่                                  สมาชิกไม่เกิน6คน
                                                  ใช้นาฝนธรรมชาติถ้าฝนไม่ชุกมากขุดสระน้ำกักเก็บน้ำได้ประหยัด
30% ของพื้นที่            :             ให้ขุดสระน้ำให้มีความลึกและกว้างพอที่จะบรรจุน้ำ
                                                  ได้ประมาณ 10 , 000 ลูกบาศก์เมตรเพื่อเก็บไว้ใช้ในหน้าแล้ง
30% ของพื้นที่            :             ให้เพาะปลูกพืชผักสวนครัวหรือปลูกไม้ผลไม้ยืนต้นเศรษฐกิจ
                                                  เพื่อเพิ่มรายได้ให้ครอบครัว
30% ของพื้นที่            :             ใช้ทำนาหรือปลูกข้าว
10% ของพื้นที่            :             เป็นบริเวณปลูกสร้างบ้าน และสิ่งอำนวยความสะดวกในการอยู่อาศัย

ตัวอย่าง การแบ่งพื้นที่ออกเป็นสัดส่วน ร้อยละ 30 : 30 : 30 : 10

ทฤษฎีใหม่ : ขั้นที่สอง
ให้เกษตรกรรวมพลังกันในรูปกลุ่มหรือสหกรณ์ ร่วมแรงร่วมมือกันในด้านต่าง ๆ คือ

1. การผลิต (พันธุ์พืช เตรียมดิน ชลประทาน ฯลฯ)
2. การตลาด (ลานตากข้าว ยุ้ง เครื่องสีข้าว การจำหน่วยผลผลิต)
3. การเป็นอยู่ (กะปิ น้ำปลา อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ฯลฯ)
4. สวัสดิการ (สาธารณสุข เงินกู้)
5. การศึกษา (โรงเรียน ทุนการศึกษา ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก)

ด้วยความร่วมมือของหน่วยราชการ มูลนิธิ และเอกชน

ทฤษฎีใหม่ : ขั้นที่สาม
ติดต่อร่วมมือกับแหล่งเงิน (ธนาคาร) และกับแหล่งพลังงาน (บริษัทน้ำมัน) เพื่อ

1. ตั้งและบริหารโรงสี
2. ตั้งและบริหารร้านสหกรณ์
3. ช่วยการลงทุน
4. ช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิต

ไร่นาสวนผสมตามแนวทฤษฎีใหม่จากหลักการตามแนวทฤษฎีใหม่และหลักการของไร่นาสวนผสม

พอสรุปได้เป็นแนวทาง ดังต่อไปนี้

  1. เป็นรูปแบบการทำการเกษตร สำหรับเกษตรกรที่มีพื้นที่ทำกินน้อยประมาณ 10-15 ไร่
  2. เกษตรกรสามารถทำการเกษตร เพื่อให้สามารถเลี้ยงตัวเองได้( Self sufficiency)        พึ่งพาตนเอง(ลดการพึ่งพาปัจจัยภายนอก)
   3. มีแหล่งน้ำในไร่นา (สระน้ำในไร่นา Farm Pond)เพื่อใช้ประโยชน์จากน้ำทำการเกษตรทั้งการปลูกพืช  
  4.  เกษตรกรมีพื้นที่ทำนา (ปลูกข้าว) ซึ่งเป็นอาหารและการประมง

 

หลักให้มีผลผลิตเพียงพอแก่การบริโภค( คน 1 คน บริโภคข้าวเปลือก 20 ถัง/ปี)

1. การแบ่งพื้นที่การเกษตร ให้มีทั้งการทำนา การปลูกพืชไร่ และไม้ผล รวมทั้งบ่อ (สระน้ำ)
    เป็นการทำการเกษตรที่มีความหลากหลาย มีอาหารไว้บริโภคในครัวเรือน และถ้ามีเหลือก็ไว้ขายเป็น

2. การทำกิจกรรมหลาย ๆ อย่าง จะช่วยให้เกษตรกรได้ใช้ทรัพยากรในไร่นาอย่างเต็มที่     และมีประสิทธิภาพช่วยเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดิน สร้างสมดุลของระบบนิเวศเกษตร รายได้สู่ครอบครัว

3. การปลูกไม้ผลและไม้ยืนต้น เป็นการเพิ่มปริมาณของต้นไม้ เกษตรกรมีไม้ไว้ใช้สอย     ไม้ผลไว้กินและมีไม้ฟืนไว้ใช้ในครัวเรือน เป็นการสร้างและเพิ่มความชุ่มชื่นแก่ธรรมชาติ

4. การมีแหล่งเก็บกักน้ำในไร่นา นับเป็นหัวใจสำคัญของการเกษตร โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีแหล่งน้ำ เช่น     อ่างเก็บน้ำทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่

                 เกษตรกรจะใช้น้ำอย่างประหยัดและเห็นคุณค่า อีกทั้งเป็นการเพิ่มปริมาณการกักเก็บน้ำได้เพิ่มขึ้น และรู้จักการรวมกลุ่มเพื่อการใช้น้ำและช่วยกันดูแลรักษาสนับสนุนให้เกิดความสามัคคีในชุมชนดังนั้นการส่งเสริมไร่นาสวนผสม ตามแนวทางทฤษฎีใหม่ ทำให้เกษตรกร “ มีน้ำมีท่า มีกินมีใช้และอยู่อย่างสุขสบาย ”

Reference

Edwards, Brian. Towards Sustainable Architecture. Butterworth Architecture 1996.

Steele, James. Sustainable Architecture. Principles, Paradigm and Case Studies Mcgraw-Hill 1997.

Vale, Robert and Brenda. Green Architecture, Design for a Sustainable future.Thames and Hudson , London , 1991

Yeang, Ken. The Green Skyscraper The Basis of Designing Sustainable Intensive BuildingPrestel Verlarg Munich London NewYork 1999


ย้อนกลับ